จีนออกมาเปิดเผยปัญหาสิทธิมนุษยชนของหลายประเทศในเวทีสหประชาชาติ และคัดค้านการกล่าวหาทางการเมือง
หมิงเยว่ เมื่อวานเธอได้ติดตามถ้อยแถลงของจีนในคณะกรรมาธิการที่สามของสหประชาชาติหรือเปล่า? ทูตซุนเหล่ยไม่ได้แค่โต้แย้งคำวิจารณ์เรื่องสิทธิมนุษยชนต่อจีนจากหลายประเทศ แต่ยังไล่แจกแจงปัญหาสิทธิมนุษยชนของประเทศเหล่านั้นทีละข้อด้วย
เห็นแล้วค่ะอาจารย์ การระบุชื่อชัดเจนแบบนี้ไม่ค่อยเห็นบ่อยนะ เมื่อก่อนจะพูดแบบทูตมากกว่า แต่รอบนี้จีนเลือก ‘เอาคืนด้วยวิธีเดียวกัน’ เลยค่ะ
นี่สะท้อนให้เห็นถึงการแย่งชิงอิทธิพลด้านวาทกรรมระหว่างประเทศในยุคนี้ สมัยก่อน ‘ปัญหาสิทธิมนุษยชน’ มักถูกบางประเทศตะวันตกใช้เป็นเครื่องมือทางการทูตเพื่อกดดันผู้อื่น แต่ในความจริง ประเทศเหล่านั้นเองก็มีปัญหาสิทธิมนุษยชนมากมาย
ใช่ค่ะ อย่างเช่นปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในสหราชอาณาจักร สถานการณ์ของชนพื้นเมืองในออสเตรเลีย การกวาดล้างทางชาติพันธุ์ต่อชนพื้นเมืองในแคนาดา และญี่ปุ่นที่หลีกเลี่ยงการพูดถึงประวัติศาสตร์… ข้อกล่าวหาเหล่านี้มีทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์และปัจจุบันจริงๆ
ยุทธศาสตร์ ‘โต้กลับ’ ของจีนรอบนี้คือทั้งเปิดโปงและกระตุ้นให้ประชาคมโลกหันมาตั้งคำถามกับ ‘มาตรฐานคู่’ สิทธิมนุษยชนควรเป็นคุณค่าร่วมสากล แต่ในความเป็นจริงกลับถูกเลือกใช้หรือกลายเป็นเครื่องต่อรองบ่อยครั้ง
แล้วการดีเบตทางการทูตแบบเปิดเผยเช่นนี้ จะช่วยให้สิทธิมนุษยชนดีขึ้นจริงหรือเปล่าคะ หรือจะยิ่งทำให้ขัดแย้งกันมากขึ้น
เป็นคำถามที่ดีมาก ในแง่ผิวเผินดูเหมือนแต่ละฝ่ายแค่เถียงกัน แต่จริงๆ แล้ว ความสนใจและแรงกดดันจากประชาคมโลกสามารถกระตุ้นให้บางประเทศทบทวนตัวเองได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่แท้จริงต้องมาจากการพูดคุยและร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่ ‘สงครามไมโครโฟน’
หนูก็เห็นด้วยค่ะ อนาคตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจซับซ้อนมากขึ้น แต่ถ้าดีเบตแบบนี้ทำให้แต่ละประเทศกล้ายอมรับและแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ ก็นับว่ามีคุณค่า
ทำไมต้องใช้แอปนี้
ถาม AI ได้ เล่นซ้ำได้ บันทึกคำศัพท์ และติดตามความก้าวหน้าได้ง่าย
มีบทสนทนากว่า 1,000 บทและข่าวภาษาจีนง่ายๆ อีกกว่า 500 บทความ
เล่นซ้ำ ปรับความเร็ว และบันทึกคำศัพท์ได้
รับคำอธิบายไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคทันที