陈智高 และ 王明月 พูดคุยถึงกรณีของ胖东来กับอินฟลูเอนเซอร์ ‘柴怼怼’ พร้อมสะท้อนขอบเขตของการตรวจสอบผ่านอินเทอร์เน็ต
อาจารย์คะ ช่วงนี้คดีของ胖东来 กับอินฟลูเอนเซอร์ ‘柴怼怼’ ได้รับความสนใจ ‘柴怼怼’ กล่าวหาว่า胖东来ใช้หยกเฮ่อเถียนราคาถูกมาทำกำไรมหาศาล แต่ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการกลับพิสูจน์ว่า胖东บริสุทธิ์ ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องแบบนี้คะ?
การตรวจสอบผ่านออนไลน์เป็นสิ่งที่ดีในตัวมันเอง แต่ทุกอย่างต้องมีขอบเขต หากการตรวจสอบกลายเป็นการใส่ร้ายเจตนาร้ายและทำลายชื่อเสียงของธุรกิจ นั่นก็ถือว่าผิดเจตนารมณ์ของการตรวจสอบ และอาจเทียบได้กับการแบล็กเมล ซึ่งส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี
จริงค่ะ หนูเห็นในแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นหลายแห่ง มีกรณี ‘ชนแล้วเรียกค่าเสียหาย’ แบบนี้ไม่น้อยเลย บางคนถึงกับจงใจใช้ข้อมูลด้านลบเพื่อสร้างกระแส น่าเป็นห่วงมาก
คนโบราณเคยว่า ‘พูดมากย่อมมีผิด’ ซึ่งในยุคอินเทอร์เน็ตยิ่งเป็นจริงมาก การตรวจสอบควรมีหลักฐานและมีขอบเขต ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวลือ แคมเปญ ‘คลีนเน็ต’ ของหน่วยงานไซเบอร์ก็มีเป้าหมายเพื่อแบ่งเส้นระหว่างการตรวจสอบกับการหมิ่นประมาท และรักษาระเบียบของสังคม
ถ้าอย่างนั้น คนที่ตรวจสอบเองก็ควรต้องถูกตรวจสอบด้วยใช่ไหมคะ? เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถโจมตีใครก็ได้โดยไม่มีขีดจำกัด
ใช่เลย การตรวจสอบกับการใส่ร้ายห่างกันแค่ก้าวเดียว ในฐานะประชาชน เราต้องกล้าที่จะตรวจสอบ แต่ก็ต้องมีเหตุผลในการแยกแยะข้อมูล ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคำเท็จ แบบนั้นจึงจะเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าและความกลมเกลียวของสังคมอย่างแท้จริง
ทำไมต้องใช้แอปนี้
ถาม AI ได้ เล่นซ้ำได้ บันทึกคำศัพท์ และติดตามความก้าวหน้าได้ง่าย
มีบทสนทนากว่า 1,000 บทและข่าวภาษาจีนง่ายๆ อีกกว่า 500 บทความ
เล่นซ้ำ ปรับความเร็ว และบันทึกคำศัพท์ได้
รับคำอธิบายไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคทันที