การปรับโครงสร้างคณะภาษาต่างประเทศในมหาวิทยาลัยทำให้อาจารย์ต้องคิดถึงทิศทางอนาคตของการศึกษาภาษาต่างประเทศ
คุณเห็นข่าวหรือยัง? ช่วงนี้มีหลายมหาวิทยาลัยควบรวมคณะภาษาต่างประเทศ บางแห่งถึงกับเปลี่ยนชื่อเป็นคณะการสื่อสารวัฒนธรรมหรือคณะมนุษยศาสตร์ ในฐานะครูสอนภาษาอังกฤษ ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย
ฉันก็เห็นเหมือนกัน จริง ๆ แล้วไม่ได้หมายความว่าคนจะเลิกเรียนภาษาต่างประเทศ แต่สาขาภาษาต่างประเทศไม่สามารถหยุดอยู่แค่การฟัง พูด อ่าน เขียน และแปลได้อีกต่อไป เมื่อ AI แปลภาษาพัฒนาเร็วขนาดนี้ การพึ่งพาทักษะเพียงอย่างเดียวจึงมีแรงกดดันมาก
แต่ฉันก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่ดี เมื่อก่อนพอได้ยินคำว่าคณะภาษาต่างประเทศ ทุกคนจะนึกถึงความเป็นสากลทันที พอเปลี่ยนชื่อแล้วเหมือนภาษาต่างประเทศไม่สำคัญเท่าเดิม
การเปลี่ยนชื่อไม่ได้แปลว่าสถานะลดลงเสมอไป ตัวอย่างเช่น บางมหาวิทยาลัยทำหลักสูตร 'ภาษาต่างประเทศ + การสื่อสาร' โดยผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น การสื่อสารระหว่างประเทศ และการแปลเข้าด้วยกัน หรือมี 'ภาษาต่างประเทศ + การศึกษา' และ 'ภาษาต่างประเทศ + การเงิน' ที่มีทิศทางชัดเจนยิ่งขึ้น
ฟังดูมีเหตุผลนะ นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยของเราก็มักถามเหมือนกันว่า ในอนาคตถ้ามีโปรแกรมแปลภาษาแล้ว ยังจำเป็นต้องท่องคำศัพท์และฝึกพูดอยู่ไหม
ฉันจะบอกพวกเขาว่า เครื่องจักรสามารถแปลประโยคได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจน้ำเสียง วัฒนธรรม และอารมณ์ของมนุษย์ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือการใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อเข้าใจผู้อื่นและสื่อสารความคิดของตัวเองให้ชัดเจน
ดูเหมือนว่าชั้นเรียนภาษาอังกฤษในอนาคตก็ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน ไม่ควรสอนแค่ไวยากรณ์และการสอบ แต่ควรเพิ่มโครงการ การนำเสนอ และเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมข้ามชาติ
ใช่เลย คณะภาษาต่างประเทศอาจเปลี่ยนชื่อได้ แต่ครูที่ดีและหลักสูตรที่ดียังต้องคงอยู่ เรามาเริ่มปรับจากคาบเรียนสัปดาห์หน้ากันเถอะ
ทำไมต้องใช้แอปนี้
ถาม AI ได้ เล่นซ้ำได้ บันทึกคำศัพท์ และติดตามความก้าวหน้าได้ง่าย
มีบทสนทนากว่า 1,000 บทและข่าวภาษาจีนง่ายๆ อีกกว่า 500 บทความ
เล่นซ้ำ ปรับความเร็ว และบันทึกคำศัพท์ได้
รับคำอธิบายไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคทันที