จากการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศคืนข้ามปี สู่การสะท้อนเรื่องความเป็นผู้ใหญ่ของเด็กและการศึกษา
เมื่อคืนคืนข้ามปี ฉันไปที่จัตุรัสเจี่ยฟางสักพัก คนยังเยอะอยู่ แต่ไม่แออัดเหมือนหลายปีก่อน ลูกโป่งก็น้อยลง ผู้คนดูสงบขึ้น เหมือนมุมมองต่อความคึกคักเปลี่ยนไปแล้ว
ใช่เลย ฉันดูวิดีโอหลายคลิป บางคนไปคอนเสิร์ต บางคนอยู่บ้านดูรายการ ไม่ใช่ว่าไม่คึกคัก แต่มีตัวเลือกมากขึ้น คนโตขึ้น ใจก็เปลี่ยนไปด้วย
คิดถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา เราแก่ขึ้นทุกปี แต่เธอไม่รู้สึกหรือว่าเด็กสมัยนี้กลับ ‘โตช้า’ กว่าเดิม ร่างกายโตเร็ว แต่ใจตามไม่ทัน
ที่โรงเรียนฉันรู้สึกชัดมาก เด็กหลายคนขาดทักษะการใช้ชีวิต เจออุปสรรคนิดหน่อยก็แตกตื่น ผู้ปกครองปกป้องมากเกินไป ไม่อยากให้ลูกลำบาก สุดท้ายกลับเป็นผลเสีย
จริงเลย จัดการทุกอย่างแทนลูก ดูเหมือนรับผิดชอบ แต่จริงๆ คือพรากโอกาสให้เขาได้ลองผิดลองถูก อย่างที่เขาว่ากันว่า ‘เจ็บแล้วถึงจะฉลาด’ ไม่ผ่านประสบการณ์จะโตได้อย่างไร
อีกอย่าง การประเมินก็แคบเกินไป มองแต่คะแนน จริงๆ แล้วเด็กเก่งอันดับต้นๆ ไม่ได้มีความสุขที่สุดเสมอไป ฉันกลับคิดว่าเด็กที่อยู่ระดับกลาง ใจนิ่งๆ จะมีพลังระยะยาวมากกว่า
เป้าหมายของการศึกษาไม่ใช่ทำให้เด็กทุกคนเป็น ‘ที่หนึ่ง’ แต่เพื่อให้เขาใช้ชีวิตอย่างอิสระและรับรู้ความสุขได้ในอนาคต เหมือนคืนข้ามปี ความคึกคักไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ในใจ
พูดได้ดีมาก ปีใหม่ขอให้เด็กๆ เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเราอย่ามองแค่ผลการเรียน ให้พวกเขาได้สัมผัสโลกจริงมากขึ้น วันธรรมดาๆ ก็สามารถมีชีวิตชีวาและอบอุ่นได้
ทำไมต้องใช้แอปนี้
ถาม AI ได้ เล่นซ้ำได้ บันทึกคำศัพท์ และติดตามความก้าวหน้าได้ง่าย
มีบทสนทนากว่า 1,000 บทและข่าวภาษาจีนง่ายๆ อีกกว่า 500 บทความ
เล่นซ้ำ ปรับความเร็ว และบันทึกคำศัพท์ได้
รับคำอธิบายไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคทันที